เข้าสู่ระบบ

สถิติ

1042416
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมา
เดือนนี้
เมื่อเดือนที่แล้ว
ทุกวัน
108
233
108
1040883
3492
17788
1042416
Your IP: 54.81.195.240
Server Time: 2017-11-19 04:14:06

มี 45 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

วีดีโออนัมนิกาย

HDVS_CATEGORY: Trailers
Views: 150
HDVS_CATEGORY: Documentary
Views: 171
HDVS_CATEGORY: Actors
Views: 145
HDVS_CATEGORY: Documentary
Views: 81
HDVS_CATEGORY: TV Serials & Shows
Views: 163

โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย

          โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาอีกแห่งหนึ่ง สังกัดกองศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ได้เปิดดำเนินการเรียนการสอนขึ้น ทั้งแผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษา สำหรับพระภิกษุและสามเณรในคณะสงฆ์อนัมนิกาย โดยมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ดังนี้

         

          ในปี พ.ศ.๒๕๒๙ สมัยที่ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และมี ฯพณฯ ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยนั้น ท่านได้มอบหมายให้ ดร.สมศักดิ์ สายหยุด เลขานุการส่วนตัว ดำเนินการจัดให้มีโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๓๐   ซึ่งถือว่า เป็นปีมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ  ๕  รอบ ๖๐ พรรษา และเพื่อเป็นการถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน จึงได้ประสานงานกับทางคณะสงฆ์ทั้งฝ่ายมหานิกายและฝ่ายอนัมนิกายโดยมีวัดใกล้เคียงที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวหลายวัดด้วยกัน เช่น วัดคณิกาผล วัดปทุมคงคา วัดชัยชนะสงคราม และวัดกุศลสมาคร เป็นต้น

         

          โดยเฉพาะวัดกุศลสมาครแห่งนี้เป็นวัดอนัมนิกายวัดแรกที่เข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าวอาจารย์สมศักดิ์ สายหยุด จึงได้ประสานงานการจัดโครงการฯ กับพระโกสินทร์ เลื่องซัน เลขานุการเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย โดยได้เสนอโครงการฯ ขึ้นไปยัง พระครูบริหารอนัมพรต(เจริญ กิ๊นเจี๊ยวมหาเถระ) เจ้าอาวาสวัดกุศลสมาคร เจ้า-คณะใหญ่อนัมนิกาย ซึ่งท่านก็อนุโมทนายินดีให้การอุปถัมภ์สนับสนุนโครงการฯ อย่างดียิ่ง โดยที่ท่านรับเป็นประธานดำเนินงานฝ่ายสงฆ์และมี ฯพณฯศาสตราจารย์มารุต บุนนาค เป็นประธานดำเนินงานฝ่ายคฤหัสถ์ ร่วมกับคณะกรรมการทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ตลอดจนสาธุชนโดยทั่วไป

         

          เนื่องจากเป็นปีแรกแห่งการจัดโครงการดังกล่าว  ทางคณะกรรมการจึงมีความประสงค์ที่จะรับเยาวชนเพื่อเข้าร่วมบรรพชาเป็นสามเณรเพียง ๖๑ รูป เพื่อเป็นการถวายพระราชกุศลดังกล่าวแต่มีเยาวชนที่มีจิตศรัทธาเข้าร่วมบรรพชาเป็นสามเณร จำนวนมากถึง ๘๔ รูป ในระหว่างวันที่ ๖ เมษายน ถึงวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นเวลา ๓๐ วัน  ภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการฯ ในปี ๒ เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.๒๕๓๑ ท่านพระครูบริหารอนัมพรต(เจริญ  กิ๊นเจี๊ยวมหาเถระ) เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย ท่านได้เล็งเห็นคุณประโยชน์และผลที่ได้รับดังกล่าว จึงได้ปรารภกับอาจารย์สมศักดิ์ สายหยุด ว่า“สามเณรที่ลาสิกขาไปแล้ว จะดำเนินชีวิตที่ดีในสังคมได้อย่างไร เพราะล้วนแต่เป็นเยาวชนที่ขาดแคลนปัจจัยสนับสนุนในการศึกษา หากไม่ได้รับการศึกษาที่ดีแล้วก็จะเป็นปัญหาสังคม เป็นภาระของชาติอีก และถ้าสามเณรเหล่านี้ไม่ลาสิกขา แต่อยู่เพื่อศึกษาวิชาความรู้ทางพระพุทธศาสนา นับว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาฝ่ายอนัมนิกาย ทำอย่างไรจึงจะวางรากฐานทางการศึกษาให้แก่สามเณรเหล่านี้ได้”

          อาจารย์สมศักดิ์ สายหยุด จึงได้นำคำปรารภดังกล่าว ไปปรึกษากับ ฯพณฯ ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยนั้น ท่านได้แนะนำให้ไปปรึกษากับ ร.อ.อดุลย์ รัตตานนท์ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมการศาสนา  ในขณะนั้น  จึงได้รับคำแนะนำให้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นที่วัดกุศลสมาคร ทั้งนี้เพื่อเป็นศาสนสถานทางการศึกษาอีกแห่งหนึ่งของคณะสงฆ์อนัมนิกาย ในการดำเนินงานเริ่มแรกนั้น มี พระครูบริหารอนัมพรต (กิ๊นเจี๊ยว มหาเถระ) เจ้าอาวาสวัดกุศลสมาคร เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย เป็นประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียน และมี ฯพณฯ ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น เป็นประธานอุปถัมภ์และที่ปรึกษา มีอาจารย์สมศักดิ์ สายหยุด เป็นกรรมการและเลขานุการ และแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินงานอีกหลายท่าน พร้อมกับได้ทำเรื่องเสนอขอจัดตั้งโรงเรียนไปยังกรมการศาสนา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๑ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๒ กรมการศาสนาได้อนุมัติให้จัดตั้งโรงเรียนและเปิดดำเนินการจัดการเรียนการสอนได้

          โดยใช้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๔ ชั้น ในวัดกุศลสมาคร เป็นสถานที่เรียนไปก่อน จนกว่าจะก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เสร็จ จึงถือเอา วันที่ ๒๐ มกราคม ของทุกปี  เป็นวันก่อตั้งโรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย จากความล่าช้าเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงเรียนนี้ ใช้เวลาถึง ๒ เดือน เพราะเนื่องมาจากกรมการศาสนาไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย” เพราะลงท้ายด้วยคำว่า “วิทยาลัย” แต่ตั้งการให้ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาวัดกุศลสมาคร” เหมือนกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วไป  ต่อมาภายหลังท่านองปลัดถนอม เถี่ยนถึก(อารีกุลชัย) เจ้าอาวาสวัดสุนทรประดิษฐ์ เป็นผู้ประสานงานจนประสพความสำเร็จ โดยให้เหตุผลว่าโรงเรียนอื่น ๆ ยังใช้คำว่าวิทยาลัยต่อท้ายได้ เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัยเป็นต้น ทำไมโรงเรียนกุศลสมาคร จึงจะใช้วิทยาลัยต่อท้ายไม่ได้ และในที่สุด จึงได้ชื่ออย่างเป็นทางการของโรงเรียนว่า “โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย” ใช้มาจนปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่า ผลสืบเนื่องจากการเข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนจึงทำให้โรงเรียนก่อตั้งขึ้นมาได้ และสามารถผลิตบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย จนสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนหลายรูปด้วยกัน

          เนื่องจากการขยายตัวทางด้านการศึกษา ประกอบกับกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา พระเดชพระคุณพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (เจริญ กิ๊นเจี๊ยวมหาเถระ) เจ้าอาวาสวัดกุศลสมาคร เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย  จึงมีนโยบายในการขยายสถานที่เรียนเพิ่มเติมขึ้นที่วัดศรัทธายิ้มพานิชวราราม(โผวเจี๊ยวตื่อ) จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อปี ๒๕๔๓ ซึ่งอาคารเรียนแห่งนี้จะรองรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนอาคารเรียนหลังปัจจุบันนี้จะเป็นสถานที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและเป็นสำนักงานของครูอาจารย์เจ้าหน้าที่ และสำนักงานกลุ่มที่ ๑๔  ทั้งนี้  เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น