Get Adobe Flash player

เข้าสู่ระบบ

สถิติ

1018630
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมา
เดือนนี้
เมื่อเดือนที่แล้ว
ทุกวัน
48
361
657
1009666
16102
290179
1018630
Your IP: 54.80.26.116
Server Time: 2017-09-26 03:31:30

มี 35 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

วีดีโออนัมนิกาย

HDVS_CATEGORY: Documentary
Views: 171
HDVS_CATEGORY: Documentary
Views: 86
HDVS_CATEGORY: Documentary
Views: 81
HDVS_CATEGORY: TV Serials & Shows
Views: 161
HDVS_CATEGORY: Trailers
Views: 150

คณะสงฆ์อนัมนิกาย (พระญวน) ความเป็นมาของชาวญวน ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย

          สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ ยังไม่มีหลักฐานปรากฏ จากพงศาวดารของพวกญวน ที่อยู่ในกรุงเทพ ฯ มีอยู่ว่าเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2316 ได้เกิดกบฏขึ้นที่ เมืองเว้ อันเป็นเมืองหลวงของประเทศญวน พวกราชวงศ์ญวน ได้พากันหนีพวกกบฏ ลงมาทางเมืองไซ่ง่อนหลายองค์องเชียงชุนราชบุตรองค์ที่ 4 ของเจ้าเมืองเว้ ได้หนีมาอาศัยอยู่ที่เมืองฮา เตียน ต่อแดนมณฑลบันทายมาศของเขมร เมื่อพวกกบฏยกกำลังติดตามมาเจ้าเมืองฮาเตียนก็ อพยพครอบครัว พาองเชียงชุนเข้ามากรุงธนบุรี เมื่อประมาณ ปีพ.ศ. 2319 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดเกล้า ฯ ให้รับไว้ และพระราชทานที่ให้พวกญวน ตั้งบ้านเรือนอยู่นอกฝั่งพระนคร ทางฝั่งตะวันออก บริเวณถนนพาหุรัดในปัจจุบัน

          ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องเชียงสือ ราชนัดดาของเจ้าเมืองเว้  ได้หนีกบฏไปอยู่เมืองไซ่ง่อน แต่ต่อมาเมื่อสู้กบฏไม่ได้ จึงได้หนีมาอยู่ที่เกาะกระบือในเขมร  ต่อมาได้เข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ที่กรุงเทพ ฯ เมื่อ ปี พ.ศ. 2326 และได้รับพระราชทานที่ให้ญวนพวกองเชียงสือ ตั้งบ้านเรือนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ตำบลคอกกระบือ พวกญวนที่นับถือ องเชียงสือ ได้พากันอพยพครอบครัวมาอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก องเชียงสือได้คุมพวกญวนไปตามเสด็จในการทำสงครามกับพม่าหลายครั้ง และได้รับพระราชทานกองทัพไปตีเมืองไซ่ง่อนครั้งหนึ่ง ต่อมาองเชียงสือได้ลอบหนีกลับไปเมืองญวน เพื่อคิดอ่านตีเอาเมืองไซ่ง่อนคืน พฤติกรรมครั้งนี้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงขัดเคืองมาก จึงโปรดให้ญวนพวกองเชียงสือย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บางโพ และได้สืบเชื้อสายมาถึงปัจจุบัน

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2377 พระเจ้าแผ่นดินญวนพระนามมินมาง ประกาศห้ามประกาศมิให้ญวนถือศาสนาคริสตัง  และจับพวกญวนที่เข้ารีดทำโทษด้วยประการต่าง ๆ  จึงมีพวกญวนเข้ารีดอพยพหนีภัยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในไทย โดยมาอยู่ที่เมืองจันทบุรีเป็นส่วนใหญ่ มีบางส่วนอพยพเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯ และได้รับพระราชทานที่อยู่ให้ที่สามเสน

          ในปี พ.ศ. 2376 เจ้าพระยาบดินทร์เดชาได้ยกทัพไปตีเมืองญวน และได้ครัวญวนส่งเข้ามาถึงกรุงเทพ ฯ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2377   ครัวญวนที่เข้ามาครั้งนี้แบ่งเป็น 2 พวก คือ พวกที่ถือพุทธศาสนาพวกหนึ่ง และพวกที่ถือคริสต์ศาสนาอีกพวกหนึ่ง พวกญวนที่ถือพุทธศาสนานั้นโปรดเกล้า ฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี สำหรับรักษาป้อมเมืองใหม่ที่ทรงสร้างขึ้นที่ปาก แพรก ส่วนพวกญวนที่ถือคริสต์ศาสนาตังให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สามเสน ซึ่งมีญวนที่ถือคริสตังตั้งอยู่มาแล้วแต่เดิมและโปรดเกล้า ฯ ให้ขึ้นอยู่ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เพื่อทรงฝึกหัดเป็นทหารปืนใหญ่

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔  ได้พระราชทานพระบรมราชาอนุญาตให้ญวน ที่อยู่เมืองกาญจนบุรี มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษมแล้ว จัดให้เป็นทหารปืนใหญ่ฝ่ายวังหลวงสืบมา

 

ที่มา ของวัดญวนในไทย

          พวกญวนที่มาอยู่ในประเทศไทย มีทั้งที่นับถือพระพุทธศาสนา และที่นับถือคริสต์ศาสนาพวกที่นับถือพระพุทธศาสนา  เมื่อมาตั้งภูมิลำเนาอยู่แห่งใดก็จะนิมนต์พระญวนมาสร้างวัดเป็น ที่บำเพ็ญการกุศลของพวกตนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้น ประเทศญวนรับเอาพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน จากประเทศจีน  ดังนั้น เมื่อพวกญวนมาสร้างวัด และมีพระญวนขึ้นในประเทศไทย ชั้นเดิมก็มีผู้นับถือและอุดหนุนแต่เฉพาะพวกญวน แต่เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีวัดจีนในประเทศไทย พวกจีนก็มักไปทำบุญที่วัดญวนด้วย เพราะอยู่ในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานด้วยกัน มีพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา เช่น พิธีกงเต๊ก เป็นต้น อย่างเดียวกัน  ส่วนไทยแม้ไม่สู้นับถือแต่ก็ไม่รังเกียจเพราะเห็นว่า นับถือพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน

          1.วัดญวนที่สร้างขึ้นในประเทศไทย ก็เป็นไปตามที่พวกญวนเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกล่าวคือ ญวนพวกที่มากับองเชียงชุนครั้งกรุงธนบุรี ได้มาสร้างวัดขึ้นที่บ้านหม้อ  2 วัด คือ

                    1) วัดกามโล่ตื่อ (วัดทิพยวารีวิหาร) อยู่ที่หลังตลาดบ้านหม้อในกรุงเทพ ฯ แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นวัดพระจีนปกครอง

                 

                    2) วัดโหย่คั้นตื่อ (วัดมงคลสมาคม) เดิมอยู่ที่บ้านญวนข้างหลังวังบูรพาภิรมย์ ครั้นเมื่อจะตัดถนนพาหุรัด วัดนั้นอยู่ในแนวถนน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ทำผาติกรรมอย่างวัดไทย คือพระราชทานที่ดินและให้สร้างวัดขึ้นใหม่ แลกกับวัดเดิมโดยย้ายไปตั้งที่ริมถนน แปลงนามในอำเภอ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

 

2. ญวนพวกที่มากับองเชียงสือ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1ได้สร้างวัดญวนขึ้น 2วัด คือ

1) วัดคั้นเยิงตื่อ (วัดอุภัยราชบำรุง) อยู่ที่หลังตลาดน้อย (ริมถนนเจริญกรุง) ในอำเภอสัมพันธวงศ์

2) วัดกว๋างเพื๊อกตื่อ (วัดอนัมนิกายาราม) ที่บางโพ เรียกกันเป็นสามัญว่าวัดบางโพ

3) ญวนพวกที่เข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)ได้สร้างวัดญวนขึ้น  3วัด คือ

1) วัดคั้นถ่อตื่อ (วัดถาวรวราราม) อยู่ที่เมืองกาญจนบุรี เมื่อญวนพวกนั้นย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ฯ ก็ได้สร้างวัดญวนขึ้นอีกวัดหนึ่งคือ

2) วัดเกี๋ยงเพื๊อกตื่อ (วัดสมณานับบริหาร)  เรียกกันสามัญว่าวัดญวนสะพานขาว อยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ในอำเภอดุสิต

3) วัดเพื๊อกเดี้ยนตื่อ (วัดเขตร์นาบุญญาราม)  อยู่ที่เมืองจันทบุรี

4) ต่อมาภายหลังได้มีวัดญวนที่พวกญวนและพวกจีนช่วยกันสร้างอีก 4วัด คือ

1) วัดโผเพื๊อกตื่อ (วัดกุศลสมาคร)  อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์ ใกล้ถนนราชวงศ์

2) วัดตี๊หง่านตื่อ (วัดชัยภูมิการาม)  อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์ ที่ตรอกเจ๊ฮัวเนียม

3) วัดหยิบเพื๊อกตื่อ (วัดบำเพ็ญจีบพรต)  อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์  ใกล้ถนนเยาวราช  ต่อมาเป็นวัดพระจีนปกครอง

4) วัดตื้อเต้ตื่อ (วัดโลกานุเคราะห์)  อยู่ในอำเภอสัมพันธวงศ์  ซอยผลิตผล  ถนนราชวงค์

5) วัดคั้นถ่อตื่อ  ( วัดถาวรวราราม)  อยู่ที่อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา  สร้างใหม่เมื่อ ปี พ.ศ. 2501

รวมวัดญวนที่มีอยู่ในกรุงเทพมหานคร 7 วัด อยู่ที่ต่างจังหวัด 3 วัด  รวมเป็น 10 วัด

 

ที่มา ของพระญวนในประเทศไทย

          พระญวนในประเทศไทย ชั้นแรกก็คงบวชมาจากเมืองญวน คือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ต่อมาเมื่อญวนกับไทยเป็นอริกัน  พระญวนในประเทศไทยก็มีแต่ที่บวชอยู่ในประเทศไทย  พระญวนที่อยู่ในประเทศไทยได้แก่ไขคติ หันมาตามอย่างพระสงฆ์ไทยหลายอย่างเป็นต้นว่า ถือสิกขาบทไม่ฉันอาหารเวลาวิกาลคือเวลาเย็น  ครองผ้าสีเหลืองแต่เพียงสีเดียว ไม่ใส่รองเท้าและถุงเท้า เหมือนพระในประเทศจีนและประเทศญวน  สำหรับข้อวัตรปฎิบัติอื่น ๆ ตลอดจนกิจพิธี คงทำตามแบบในเมืองญวนตลอดมา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระญวนมีสมณศักดิ์ และได้โปรดเกล้า ฯ ให้พระญวนมาทำพิธีกงเต๊ก เป็นพิธีหลวงบ่อย ๆ  จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกิจพิธีคล้ายกับพระสงฆ์ไทยมากยิ่งขึ้นอีกหลาย ประการ

          มูลเหตุที่พระญวนได้รับความยกย่องในราชการนั้น มีเรื่องเล่ากันมาว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ   ครั้งยังคงทรงผนวชอยู่ ใคร่จะทราบลัทธิของพระญวน จึงทรงสอบถามองฮึง (ซึ่งต่อมาได้เป็นที่พระครูคณานัม สมณาจารย์องค์แรก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ) จึงได้ทรงคุ้นเคยชอบพระราชอัธยาศัยมาแต่ครั้งนั้น เมื่อพระองค์ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้ว พระญวนก็ได้มีโอกาสเฝ้าแหนได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดังจะเห็นได้ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระญวนยังเข้าไปถวายธูปเทียน และกิมฮวยอั้งติ้วอยู่ทุกปี  ส่วนพิธีกงเต๊กที่ได้ทำเป็นงานหลวงนั้น  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ทำเป็นครั้งแรก  เมื่องานพระศพสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เมื่อปี พ.ศ. 2404  ต่อมาเมือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ  เสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. 2408  ก็ได้โปรดเกล้า ฯ  ให้มีพิธีกงเต๊กในพระบรมราชวังอีกครั้งหนึ่ง การพิธีกงเต๊ก  จึงได้เข้าในระเบียบงานพระศพซึ่งเป็นการใหญ่ เป็นประเพณีสืบต่อมา

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ  ทรงมีพระราชดำริว่า  พวกญวนทั้งพระและคฤหัสถ์  ซึ่งมีอยู่ในพระราชอาณาเขตเวลานั้น  ตกมาถึงชั้นนั้น  เป็นญวนที่เกิดในพระราชอาณาเขต  เป็นแต่เชื้อสายญวนที่เข้ามาแต่เมืองญวน เช่นเดียวกับพวกมอญ พระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อน ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ   ตั้งพระสงฆ์มอญให้มีสมณศักดิ์เหมือนอย่างพระสงฆ์ไทย  จึงสมควรจะทรงตั้งพระสงฆ์ญวนให้มีสมณศักดิ์ขึ้นบ้าง  แต่พระสงฆ์ญวนคือฝ่ายมหายาน  จะเข้าทำกิจพิธีร่วมกับพระสงฆ์ไทยไม่ได้เหมือนอย่างพระสงฆ์มอญ จึงทรงมีพระราชดำริให้มีทำเนียบสมณศักดิ์สำหรับพระญวนขึ้นต่างหาก  และได้โปรดเกล้า ฯ  ให้มีสมณศักดิ์  สำหรับพระจีนด้วยในคราวเดียวกัน  ทรงเลือกพระญวนที่เป็นคณาจารย์ ตั้งเป็นตำแหน่งพระครู  พระปลัด  รองปลัด  (เทียบด้วยสมุห์)  ผู้ช่วย  (เทียบด้วยใบฎีกา)  ส่วนพระจีนนั้นหัวหน้าเป็นตำแหน่งพระอาจารย์  (เทียบด้วยพระครู  วิปัสสนา)  และมีฐานานุกรม  เป็นปลัด และรองปลัด  เช่นเดียวกันกับพระญวน  พระราชทานสัญญาบัตร  มีราชทินนามกับพัดยศซึ่งจำลองแบบพัดยศของคณะสงฆ์ไทย  แต่ทำเป็นขนาดย่อลงมา

 

ลำดับเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายในประเทศไทย

ลำดับ

รายนาม

ชื่อวัด

1.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (องฮึง)

วัดอุภัยราชบำรุง

2.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (หว่างเหยี่ยน)

วัดอนัมนิกายาราม

3.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (จี๊หล็อบ)

วัดสมณานัมบริหาร

4.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (ทันเคี๊ยด)

วัดอุภัยราชบำรุง

5.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (เหมิกโงน)

วัดมงคลสมาคม

6.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (เวียงหมาง)

วัดกุศลสมาคร

7.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (โผซ้าย)

วัดอุภัยราชบำรุง

8.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (บิ๊นเลือง)

วัดโลกานุเคราะห์

9.

พระครูคณานัมสมณาจารย์ (โผเรียน)

วัดชัยภูมิการาม

10.

พระคณานัมธรรมสมาธิวัตร (ย๊ากเหมิง)

วัดมงคลสมาคม

11.

พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (เจริญ กิ๊นเจี๊ยว)  ปัจจุบัน

วัดกุศลสมาคร

 

ปัจจุบันวัดในคณะสงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย 22 วัด   สำนักสงฆ์  4  สำนัก

1.

วัดกุศลสมาคร

普福寺โผเพื้อกตื่อ

กรุงเทพมหานคร

2.

วัดโลกานุเคราะห์

慈濟寺ตื้อเต๊ตื่อ

กรุงเทพมหานคร

3.

วัดสุนทรประดิษฐ์

慶安寺คั้นอังตื่อ

จังหวัดอุดรธานี

4.

วัดอนัมนิกายาราม

廣福寺กว๋างเพื้อกตื่อ

กรุงเทพมหานคร

5.

วัดสมณานัมบริหาร

禛囯景福寺เกี๋ยงเพื้อกตื่อ

กรุงเทพมหานคร

6.

วัดอุภัยราชบำรุง

慶雲寺คั้นเยิงตื่อ

กรุงเทพมหานคร

7.

วัดชัยภูมิการาม

翠岸寺ตี๋หง่านตื่อ

กรุงเทพมหานคร

8.

วัดถาวรวราราม

慶壽寺คั้นถ่อตื่อ

จังหวัดกาญจนบุรี

9.

วัดมงคลสมาคม

會慶寺โห่ยคั้นตื่อ

กรุงเทพมหานคร

10.

วัดเขตร์นาบุญญาราม

福田寺เพื้อกเดี้ยนตื่อ

จังหวัดจันทบุรี

11.

วัดอนัมนิกายเฉลิมพระชนมพรรษากาล

玉淸寺หง็อกทันตื่อ

จังหวัดสุพรรณบุรี

12.

วัดธรรมปัญญารามบางม่วง

興盛寺ฮึงถั่นตื่อ

จังหวัดนครปฐม

13.

วัดเจริญบุญไพศาล

興福寺ฮึงเพื๊อกตื่อ

จังหวัดกาญจนบุรี

14.

วัดมหายานกาญจนมาสราษฎร์บำรุง

慶生寺คั้นซันตื่อ

จังหวัดยะลา

15.

วัดอุภัยภาติการาม

三寶功佛寺ตามบ๋าวเผิกตื่อ

จังหวัดฉะเชิงเทรา

16.

วัดถาวรวรารามหาดใหญ่

慶壽寺คั้นถ่อตื่อ

จังหวัดสงขลา

17.

วัดศรัทธายิ้มพานิชวราราม

普照寺โผเจี๊ยวตื่อ

จังหวัดสมุทรสาคร

18.

วัดถ้ำเขาน้อย

龍山寺ล็องเซิงตื่อ

จังหวัดกาญจนบุรี

19.

วัดหมื่นปีวนาราม

萬壽寺หย่างถ่อตื่อ

จังหวัดราชบุรี

20.

วัดนพรัตน์วนาราม

福壽寺เพื๊อกถ่อตื่อ

จังหวัดจันทบุรี

21.

วัดศิริจรรยาธรรมปัญญาราม

 

จังหวัดปทุมธานี

22.

วัดประถมพุทธาราม

เผิกกวางตื่อ

ฮิวสตันรัฐเท็กซัสสหรัฐอเมริกา

 

สำนักสงฆ์ 5 สำนัก

1.

ป่าสุขาวดี

จังหวัดเชียงใหม่

2.

ตาลเลียนอนัมพรต

จังหวัดอุดรธานี

3.

ถ้ำกลองทิพย์ (เขาแกลต)

จังหวัดจันทบุรี

4.

แดนสุขาวดีวิถีเซน

จังหวัดราชบุรี