เข้าสู่ระบบ

สถิติ

1192694
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมา
เดือนนี้
เมื่อเดือนที่แล้ว
ทุกวัน
359
337
696
1188644
4380
13986
1192694
Your IP: 52.91.90.122
Server Time: 2018-12-10 22:07:55

มี 68 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ประวัติวัดกุศลสมาคร

ประวัติวัดกุศลสมาคร โดยสังเขป

          วัดกุศลสมาคร ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๔ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐ ได้รับพระราชทานนามเป็นภาษาอนัมว่า “ซัก ต๊า ฮึง เกวิ๊ก โผ เพื๊อก ตื่อ” หรือที่ชาวอนัมมักเรียกว่า “จั่ว โผ เพื๊อก” และนิยมเรียกกันเป็นภาษาจีนว่า “โผว ฮก หยี่” ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดกุศลสมาคร” มีความหมายว่า “วัดที่มีแต่ความดี ความบริสุทธิ์ ดุจน้ำในสาคร”

          วัดกุศลสมาครนั้น ไม่มีหลักฐานใดๆ ปรากฏชัดว่าผู้ใดเป็นผู้ถวายที่ดินให้ตั้งวัด เพราะหลักฐานบางส่วนถูกไฟไหม้ทำลายไปในคราวที่เกิดอัคคีภัยในอดีต ได้แต่เพียงสันนิษฐานว่า ตระกูลของท่านพระเจริญราชธน (เท่ง เลาหเศรษฐี) เป็นผู้มอบที่ดินให้ตั้งวัด เพราะตามหลักฐานที่ปรากฏชัดในเอกสารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งได้มีการบันทึกเรื่องของท่านเจ้าอธิการเยียนหมาง อดีตเจ้าอาวาสรูปที่สอง วัดกุศลสมาคร ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาฯ เพื่อขอผูกพัทธสีมาและฉลองเป็นพระราชกุศล วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๘ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า

          “ด้วยวัดกุศลสมาครนั้นอาตมาภาพ กับสับประรุษทั้งหลายมีอุบาสิกาอิ่ม ภรรยาพระเจริญราชธน (เท่ง) เป็นประธานได้ช่วยกันปฏิสังขรณ์เสร็จแล้ว และมีการฉลอง เมื่อวันที่ ๑๐ เดือนพฤศจิกายน ร.ศ. ๑๑๘ ครั้งหนึ่งแล้วแต่ยังหาได้ผูกพัทธสิมาไม่ อาตมาภาพกับอุบาสิกาอิ่มขอรับพระราชทาน ที่ผูกพัทธสิมา โดยกว้าง ๘ วา ๙ นิ้ว ยาว ๑๒ วา ๑๑ นิ้ว ขอเจ้าคุณได้อนุเคราะห์นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา การจะควรประการใดสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรด” จากข้อความดังกล่าวข้างต้นทำให้สันนิษฐานได้ว่า ตระกูลของพระเจริญราชธน (เท่ง) โดยมีภรรยา คือ อุบาสิกาอิ่ม เป็นประธานในการทำให้ที่ดินผืนนี้เป็นพุทธาวาส ด้วยการจัดทำให้เป็นวัดตามระเบียบของทางราชการในสมัยนั้น

          ตระกูลเลาหเศรษฐี เป็นจีนฮกเกี้ยน แซ่เหลา ซึ่งย้ายมาจากเมืองเจียงจิว ท่านพระเจริญราชธน (เท่ง เลาหเศรษฐี) เข้ามาอยู่ในประเทศสยามตั้งแต่อายุได้ ๑๕ ปี ด้วยเป็นญาติร่วมแซ่กับพระยาพสณฑ์สมบัติบริบูรณ์ (ยิ้ม ต้นสกุลพิศลยบุตร) ซึ่งมาตั้งตัวได้เป็นปึกแผ่นมั่นคงก่อน แล้วจึงได้ชวนท่านพระเจริญราชธน (เจ้าสัวเท่ง) เข้ามาอยู่ด้วย และได้ภรรยาชื่อ อิ่ม (ซึ่งภายหลังมาเมื่อสามีสิ้นชีพและได้ช่วยราชการมีความชอบ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้าฝ่ายในมียศเป็นคุณหญิง) ซึ่งคนทั้งหลายมักเรียกท่านว่า “เจ้าสัวเท่ง” ตั้งเคหะสถานเป็นหลักแหล่งอยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม

          พระประธานในอุโบสถนั้น เดิมเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่คู่กับอุโบสถมาตั้งแต่เริ่มสร้างมีนามว่า “พระศรีศากยมุนีเส็กเกียยูไล” หรือรู้จักกันในนามว่า พระยูไล ซึ่งเดิมทีเดียวเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดองค์ไม่ใหญ่นัก อยู่คู่กับเยาวราชมาร่วมร้อยปี ต่อมาภายหลัง ท่านพระครูบริหารอนัมพรต (เจริญ กิ๊นเจี๊ยว) หรือพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดกุศลสมาครรูปปัจจุบัน ได้เป็นผู้นำพุทธศาสนิกชนบูรณะองค์พระพุทธรูปใหม่ โดยใช้ปูนปั้นโบกทับองค์เก่าให้ใหญ่ขึ้นกว่าองค์เดิม กระทั่งประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ได้บูรณะครั้งล่าสุดลงรักปิดทอง ทำให้องค์พระยูไลสวยและเด่นสง่าคู่กับอุโบสถวัดกุศลสมาครเป็นอย่างมาก ดุจในปัจจุบัน

          นอกจากนี้ยังมีพระโพธิสัตว์อีกหลายพระองค์ในอุโบสถ เช่น พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์หรือพระแม่กวนอิมปางเหยียบปลา ท้าวมหาชมพูหรือพระเวทโพธิสัตว์ผู้เป็นธรรมบาล พระกษิติครรภโพธิสัตว์ พระศรีอาริยเมตไตรยหรือหนี่เล็กฮุกโจ้ว เป็นต้น

          วัดกุศลสมาคร ในปัจจุบันมีพระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (เจริญ กิ๊นเจี๊ยวมหาเถระ) เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งเป็นรูปที่ ๔ ตามลำดับดังนี้

                    ๑. องพจนกรโกศล (เหลมหาเถระ)

                    ๒. พระครูคณานัมสมณาจารย์ (เยียนหมางมหาเถระ)

                    ๓. พระภิกษุเซ่งกี่ โคมเวียน

                    ๔. พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร (กิ๊นเจี๊ยวมหาเถระ)

          วัดกุศลสมาคร นอกจากจะเป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันแล้ว พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร ได้มองการณ์ไกลในภายภาคหน้าแห่งพระพุทธศาสนา มีความประสงค์จะสร้างโรงเรียนเพื่อให้เด็กเยาวชนชาวพุทธได้เรียนหนังสือเพื่อจะได้เป็นศาสนทายาทในภายภาคหน้า ท่านได้ใช้เวลาศึกษาวิธีการและรอโอกาสจังหวะเหมาะสมเพื่อที่จะสร้างโรงเรียนนานถึง ๕๐ ปี จึงได้สร้างโรงเรียนแห่งแรกของคณะสงฆ์อนัมนิกายขึ้นชื่อว่า “โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย” ภายใต้การอนุมัติและอุปถัมภ์ของ ฯพณฯ ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ และอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของคณะสงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย

          โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย ปัจจุบันเปิดทำการเรียนการสอนตามพระราชบัญญัติการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ ๓ (ม.๑-ม.๓) และช่วงชั้นที่ ๔ (ม.๔-ม.๖) ซึ่งเปิดโอกาสทางการศึกษาสำหรับเยาวชนที่ต้องการบวชเรียนในพระพุทธศาสนา

          พื้นที่โดยรอบวัดกุศลสมาครติดกับวัดจำนวนสองวัดคือ วัดกันมาตุยารามและวัดบำเพ็ญจีนพรต ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุด Unseen China Town เพราะมีวัดติดกันถึงสามวัดและเป็นวัดที่ต่างนิกายกัน โดยวัดกันมาตุยาราม เป็นวัดในปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย  วัดบำเพ็ญจีนพรต เป็นวัดในปกครองของคณะสงฆ์จีนนิกาย  ส่วนวัดกุศลสมาคร เป็นวัดในปกครองคณะสงฆ์อนัมนิกาย